ReadyPlanet.com
dot
สมัครสมาชิก
อีเมล:
รหัสผ่าน:
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน    bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
ค้าหาสินค้า


  [Help]
dot
ขอใบเสนอราคา
dot
ตะกร้าสินค้า
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
แจ้งหลักฐานการชำระเงิน
ราคา Mixer,มิกเซอร์,ราคา เครื่องผสมผสานเสียง,หลากหลายยี่ห้อ เช่น ALLEN&HEATH, YAMAHA,PHONIC,MACKIE,Behringer
bulletMIDAS
bulletALLEN&HEATH
bulletQSC
bulletYAMAHA
ราคา POWER MIXER,เพาเวอร์มิกเซอร์,ราคา เครื่องผสมผสานเสียงแบบมีแอมป์ในตัว หลากหลายยี่ห้อเช่น ALLEN&HEATH,YAMAHA,MACKIE,Behringer
bulletALLEN&HEATH
bulletYAMAHA
ราคา Power Amp,เพาเวอร์แอมป์,ราคา เครื่องขยายเสียง หลากหลายยี่ห้อเช่น QSC,TOA และ อื่นๆ
bulletQSC
bulletTOA
bulletLAB.GRUPPEN
bulletACM
bulletYAMAHA
ราคา Speaker,ราคา ตู้ลำโพง,ราคา ลำโพง หลายหลายยี่ห้อเช่น QSC,TOA,Renkus-Heinz ,YAMAHA,NTS และ อื่นๆ
bulletQSC
bulletTOA
bulletTANNOY
bulletRenkus-Heinz
bulletYAMAHA
bulletNTS
bulletPHONIC
ราคา Ceiling Speaker,ราคาลำโพงติดเพดานม ลำโพงหลาบหลายยี่ห้อ เช่น TOA,QSC,BOSCH และ อื่นๆ
bulletTOA
bulletQSC
bulletTANNOY
Accessories for ceiling speaker,โวลุ่ม ปรับระดับเสียง  TOA วอลลุ่มหรี่เสียง TOA  แบบ 6 watt, 30 watt หรือมากกว่า เครื่องเสียงระบบประกาศ เสียงตามสาย เครื่องเสียงตามสาย TOA
bulletAttenuator
ราคา Horn speaker,ราคา ลำโพงฮอร์น
bulletTOA
ราคา Megaphone,ราคาโทรโข่ง หลากหลายยี่ห้อ TOA และ NTS
bulletTOA
bulletNTS
หูฟัง,headphone,audio technica m50,m30,ath-m50,ath-m30
bulletAudio Technica
ราคา Microphone,ราคา ไมโครโฟน
bulletDynamic Microphones
bulletCondenser Microphones
bulletไมโครโฟนสำหรับงานประกาศ (แบบตั้งโต๊ะ)
ขาตั้งไมโครโฟน, microphone stand,pop filter,ที่กรองเสียง,ที่กันน้ำลาย
bulletขาตั้งไมโครโฟน
bulletPop Filter
ราคา Wireless Microphone,ราคา ไมโครโฟนไร้สาย
bulletAudio Technica
bulletTOA
Conference system, ชุดประชุม,ไมค์ประชุม
bulletชุดประชุม DIS
bulletชุดประชุม TOA
เครื่องทึกเสียง/เครื่องเล่น CD
bulletTASCAM
ราคา Cable,ราคา Connector,สายสัญญาณ,คอนเนคเตอร์
bulletLidge
bulletCm cable และ Connector
dot

dot


ALLEN&HEATH
ราคา tannoy
TOA,โตอะ
labgruppen
QSC
ราคา Renkus Heinz
Audio Technica ไมโครโฟน , microphone studio
ราคา tascam
midas, KLARK TEKNIK


Review Wireless Microphone Audio Technica System 10,ไมโครโฟนไร้สาย,แบบดิจิตอล digital 2.4ghz article

รีวิว Wireless Microphone ตัวใหม่จาก Audio Technica

                จากงาน NAMM 2013 Audio-Technica ได้เปิดตัว Wireless Microphone รุ่นใหม่ โดยใช้ชื่อว่า SYSTEM 10 ซึ่งเป็น Digital Wireless Microphone ที่ใช้ความถี่ 2.4  GHz ซึ่งได้นำเข้ามาประเทศไทยอยู่ 2 รุ่นคือ รุ่น Handheld และ รุ่นที่เป็นไมโครโฟนติดปกเสื้อ (ปรกติ จะมีเพิ่มมาอีกรุ่นนึงคือ รุ่น Wireless สำหรับ Guitar ไฟฟ้าแต่ทาง Audio technicaไม่ได้นำเข้ามาครับ แต่สามารถหาซื้อสายสัญญาณ (อาจจะหายากหน่อยครับเพราะว่า Connector ของ Audio technical จะเป็นของ Hirose แบบ 4 Pin ครับ) มาต่อเพิ่มเข้ากับ transmitter ของชุดไมค์ติดปกผีเสื้อได้ครับ)

 

มาเริ่มกันที่ SPEC โดยคร่าวๆ  ของไมโครโฟนไร้สาย รุ่นนี้กันก่อนนะครับ

OVERALL SYSTEM SPECIFICATIONS

Operating Frequencies: 2.4 GHz(Digital) ISM band

ต้องมีคำถามแน่ๆ ครับว่า ISM คืออะไรพิเศษยัง ผมขออธิบายเลยละกันครับ เพราะที่เห็น Digital wireless microphone หลายๆยี่ห้อก็ใช้คำนี้ใน Spec กันครับ ISM band จะย่อมาจากคำว่า Industrial, Scientific and Medical Radio bands  มันคือคลื่นความถี่สาธารณะ สำหรับ งานอุตสาหกรรม, วิทยาศาสตร์ และการแพทย์นั่นเองครับ โดยปรกติแล้ว  Wireless microphone ทั่วไปที่ใช้คลื่นความถี่แบบ VHF หรือ UHF ผู้นำเข้า หรือ ผู้ผลิตต้องทำเรื่องขอนุญาติ เพื่อนำคลื่นความถี่นั่นๆมาใช้ก่อน  แต่ถ้าเป็น ISM Band ไม่ต้องทำการขออนุญาตเนื่องจากเป็นความถี่สาธารณะ สามารถ ไปใช้ได้เลยครับ ISM Band มีความหมายประมาณนี้แหละครับ

 

Dynamic Range : >109 dB (A-weighted), typical

Total Harmonic Distortion : <0.05% typical

Operating Range :  30 m (100') typical (30 เมตรในพื้นที่เปิด)

Operating Temperature Range :  0° C to +40° C (32° F to 104° F) 

Frequency Response: 20 Hz to 20 kHz (ขึ้นอยู่กับประเภทของไมโครโฟน)

Transmitter operating time : ใช้ถ่านแบบ อัลคาลาย  AA 1.5V 2 ก้อน สามารถใช้งานได้ 7 - 8 ..

 

 แนะนำอุปกรณ์มาตรฐานของแต่ละรุ่นกันต่อเลยละกันครับ

 

  1. Digital Wireless microphone Audio Technica System 10 รุ่น Handheld หรือรุ่นไมค์แบบมือถือนั่นเองครับ

 


 

 

ในส่วนของ Handheld set (ไมโครโฟนแบบมือถือ) จะประกอบไปด้วย

 

 

Receiver [เครื่องรับสัญญาณสำหรับ Receiver นั่นจะเป็นรุ่นมาตรฐานของ System 10 คือATW-R1100

 

 


 

1. Antennas คือ เสารับสัญญาณ

2. System ID Select Switch คือปุ่มปรับ channel        รับสัญญาณเพื่อเชื่อมต่อกับMicrophone

3. System ID Display คือหน้าจอแสดงช่องสัญญาณที่ทำการเชื่อมต่ออยู่

4. Pairing Switch คือปุ่มสำหรับกดเพื่อทำการเชื่อมต่อกับไมโครโฟน

5. AF Peak Indicator คือไฟแสดงสัญญาณเพื่อเกิดการ Peak ของสัญญาณเสียง

6. Pair Indicator คือไฟสัญญาณแสดงสถานะ ของการเชื่อมต่อกับไมโครโฟน ถ้าแสดงเป็นสีเขียวแปลว่าเชื่อมต่อแล้ว แต่ถ้าสัญญาณไฟกระพริบหมายถึงกำลังเชื่อมต่ออยู่


 

 

  ต่อไปเรามาดูในส่วนของด้านหลัง Receiver กันบ้างครับ Rear panel

 

 

 

1. Volume Control คือ ปุ่มสำหรับหมุนปรับ เพิ่ม-ลด  โวลลุ่มเสียง

2. Unbalanced Audio Output คือช่องต่อ output โดยใช้ jack phone ขนาด1/4เพื่อเชื่อมต่อ ซึ่งสามารเชื่อมต่อกับ Mixer, ตู้แอมป์กีต้า หรือ เครื่องบันทึกเสียงได้

3. Balanced Audio Output Jack คือช่องต่อ output แบบ balance –XLR หรือที่เรียกกันว่า Jack cannon สามารถเชื่อมต่อกับ mixer หรือ active speaker ที่มี XLR input ได้ทันที

4. Power Input Jack คือช่องสำหรับต่อ adapter แหล่งจ่ายไฟนั่นเอง

5. Cord Hook คืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกในกับเก็บสายไฟของ adapter ครับ กรณีที่สายยาวเกินสามารถนำมาพันกับตัว Cord hook เพื่อลดความยาวของสายไฟไม่ให้เกะกะได้ครับ

 

Microphone พร้อม transmitter (ไมโครโฟนที่มีเครื่องส่งสัญญาณในตัว)

 

 

1. Power/Battery/Mute Status Indicator คือไฟแสดงสถานะ ของไมโครโฟนครับว่า ไมโครโฟนถูกเปิดอยู่หรือไม่, แสดงสถานะของแบตเตอร์รี่ ว่าใกล้จะหมดรึยัง และแสดงสถานะ mute ของไมโครโฟนครับ

2. System ID Display คือหน้าจอแสดง channel ที่กำลังใช้งานอยู่

3. Power/Mute Switch ปุ่มสำหรับ mute เสียง [กด 1ครั้งเพื่อ mute และกดอีกครั้งเพื่อ unmute ครับ] และปิดไมโครโฟน กดปุ่มนี้ค้างเพื่อเปิด/ปิดไมโครโฟนครับ

 

 

 

ต่อไปเรามาดูในส่วนของไมโครโฟนกันบ้างครับ

 

 

1. Level Control ปุ่มหมุนสำหรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงต้องใช้ไขควง ที่ติดมากับไมโครโฟนหมุนปรับระดับเสียง

2. Pairing Switch กดปุ่มนี้เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณกับ receiver ให้ทำงานที่ channel เดียวกัน

3.รางใส่ถ่าน ขนาด AA 2 ก้อนจะมีเครื่องหมายขั้ว +/- (แบตเตอร์รี่ Alkaline 2 ก้อน สามารถใช้งานได้นาน 7 – 8 ชั่วโมง)  

4.ไขควง ที่มีติดมากับไมโครโฟน เพื่อใช้ได้กานเพิ่ม/ลดระดับสัญญาณเสียงที่ ปุ่มหมุน Level control

 

 

Adapter (หม้อแปลง)

 

คอจับไมค์มาตรฐาน

 


 

 2. Wireless Microphone แบบติดปกเสื้อนะครับ

  • ในส่วนของ Receive จะเป็นรุ่นเดียวกับตัว handheld (Wireless Microphone แบบมือถือ)
  •  ในส่วนของ Transmitter จะเป็นแบบเหฯบเข็มขัดตามรูปภาพและมีรายละเอียดตามด้านล่างนี้เลยครับ

 

 

UniPak Transmitter

1. Antenna คือเสาสำหรับ รับ/ส่ง สัญญาณระหว่าง Receiver กับ Transmitter

 

2. System ID Display คือหน้าจอแสดง channel ที่กำลังใช้งานอยู่

 

3. Indicator LED คือไฟแสดงสถานะ ของ transmitter ครับว่า transmitter ถูกเปิดอยู่หรือไม่, แสดงสถานะของแบตเตอร์รี่ ว่าใกล้จะหมดรึยัง และแสดงสถานะ mute ของไมโครโฟนครับ

 

4. Input Connector คือช่องสำหรับต่อไมโครโฟนสำหรับติดปกเสื้อ หรือ ไมโครโฟนแบบ headset และยังสามารถใช้กับสาย สายสัญญาณสำหรับกีต้า เพื่อใช้เป็นระบบ กีต้า ไร้สายได้อีกด้วย (แต่สายต้องเป็น connectorแบบ 4 pin เท่านั้น

 

5 Power/Mute Button คือปุ่มสำหรับทำการ เปิด/ปิด/mute ตัว transmitter

 

6.Belt Clip ใช้สำหรับเหน็บเข็มขัด

 

7.ไขควง ที่แถมมาให้เพื่อใช้ เพิ่ม/ลดระดับสัญญาณเสียงที่ปุ่ม level control

 

8.รางสำหรับใส่ถ่าน AA จำนวน 2 ก้อน (แบตเตอร์รี่ Alkaline 2 ก้อน สามารถใช้งานได้นาน 7 – 8 ชั่วโมง)  

 

9. Level Control ปุ่มหมุนสำหรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงต้องใช้ไขควง ที่ติดมากับ Transmitter หมุนปรับระดับเสียง

 

10. Pairing Switch กดปุ่มนี้เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณกับ receiver ให้ทำงานที่ channel เดียวกัน

 

 

 

ไมโครโฟนแบบติดปกเสื้อ (Audio Technica : AT829cW)

 


 

หลังจากได้ดูอุปกรณ์ทุกชิ้นส่วนที่อยู่ในกล่องของ Audio Technica System 10 กันทั้ง 2 รุ่นแล้วเรามาดูรายละเอียดของตัว Wireless microphone Audio Technica System 10 กันต่อเลยดีกว่าครับ

 

  • คลื่นความถี่ในการรับส่งสัญญาณใช้เป็นความถี่ 2.4 GHz ซึ่งเป็นความถี่ในระบบ ดิจิตอลนั่นเอง มีสัญญาณรบกวนที่ต่ำ และหมดปัญหาเรื่องสัญญาณที่ไม่พึ่งประส่งจากคลื่นความถี่ที่เป็น Analog อย่าง VHF และ UHF ครับ

 

  • มีค่า Bit Depth/Sampling rate อยู่ที่  24 bit/48 Khz ซึ่งให้คุณภาพเสียงที่สมบูรณ์ ให้เสียงที่สะอาดใสและเป็นธรรมชาติ สำหรับผู้ที่ไม่รู้ว่า เอ๊ะ Bit Depth/Sampling rate มันคืออะไรมีผลต่อเสียงอย่างไร สามารถอ่านดูได้ตาม link ข้างล่างครับซึ่งเป็นความรู้ดีๆ ที่น่าจะรู้ไว้ครับผม  http://www.dpu.ac.th/techno/page.php?id=3102

 

  • ทาง Audio Technica ได้ present ความพิเศษของ product name ในรุ่น System 10 นี้ว่า  ”Three levels of diversity assurance: space, time & frequencyหลายคนคง งงกันว่า คำพูดนี้หมายความว่ายังไงกันครับ ดังนั้นผมขออธิบายคำหลังก่อนนะครับ นั่นก็คือคำว่า Diversity เจ้าคำนี้เค้าเอาไว้เรียกตัว receiver ของ Wireless microphone ที่มีระบบเสาคู่เพื่อรับสัญญาณ  ซึ่งสามารถรับสัญญาณได้มีประสิทธิภาพ มากกว่าระบบที่เป็นแบบเสาเดี่ยวนั่นเองครับ ต่อมา Audio Technica ก็ present อีก ว่ามันไม่ใช้ Diversity ธรรมดานะ ระบบของ System 10 นั่นมี Diversity ถึง 3 ระดับกันเลยที่เดียว เพื่อให้มั่นใจว่าตัว receiver จะรับสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  เค้านิยามโดยใช้คำว่า ”Three level of Diversity”  นั้นก็คือ Space diversity, Time diversity และ Frequency diversity นั่นเองครับ

 

 

-        Space diversity

             ความหมายของมันก็คือ ในส่วนของ Receiver นั้นจะมีเสาสัญญาณอยู่ 2 เสาเพื่อรับสัญญาณจากตัว transmitter ซึ่ง 2 เสาสัญญาณนี้จะถูกวางแยกกัน ด้านซ้าย และ ด้านขวาให้มีระยะห่างแยกออกจากกันเพื่อการรับสัญญาณที่ดีขึ้นและแยกการรับสัญญาณของทั้ง 2 เสานั้น อย่างอิสระ นั่นเองครับ ไม่ใช้แต่ receiver จะมี 2  เสาสัญญาณนะครับในส่วนของ Transmitter ทั้งรุ่น handheld และ belt pack ก็จะมี  2 ตัวส่งสัญญาณ เพื่อสื่อสารกับ ตัว Receiver แยกแบบแยกรับสัญญาณกันแบบ 1  ต่อ 1 กันเลยที่เดียวหลังจากนั้น เมื่อได้สัญญาณที่ดีที่สุด 2 สัญญาณแล้ว ระบบจะนำสัญญาณที่ได้มามาเปรียบเทียบกันครับ

 

-        Time diversity

             อย่างที่กล่าวไปข้างต้นในส่วนของ space diversity แล้วนะครับว่า Audio technical System 10 นั่นจะมีการส่ง-รับ สัญญาณ แยกกันระหว่าง 2 เสาสัญญาณและและนำ 2 คลื่นความถี่ที่ได้มานั้น มาทำการเปรียบเทียบกัน  ซึ่งขั้นตอนในการเปรียบเทียบนั้นเรียกว่า Time diversity ซึ่ง Time diversity เป็นยังไง ไปดูรูปและคำอธิบายตามด้านล่างนี้ได้เลยครับ

 

 

 

 

                                ผมขอเรียก Receiver ของ system 10 นั้นว่า Frame นะครับ ซึ่งใน 1 Frame นั้น จะถูกแบ่งออกเป็น 2 Slot  ดังรูปภาพด้านบน อย่างที่กล่าวไว้ว่า ระบบของ system จะเลือก 2 ความถี่ที่สะอาดที่สุดมาเก็บไว้ใน 2 slot นี้ซึ่งความถี่ ทั้ง 2 ความถี่นั้นจะถูกส่งมา จากตัว Transmitter โดยสัญญาณจะถูกส่งออกมาในระยะเวลาที่ห่างกันสั้นมากๆ มา 2 คลื่นความถี่ ซึ่งเรียกการส่งของความถี่แรก เรียกว่า Time one และความถี่ที่สอง ว่า Time 2 จึงเป็นที่มาของการเรียกว่า Time diversity นั้นเองครับ หลังจากนั้น 2 คลื่นความถี่จะถูกเก็บไว้ใน  2 Slot นี้ และระบบก็จะเลือกความถี่ที่สะอาดที่สุด 1 ความถี่มาใช้งานจริงครับส่วน Slot จะเป็น backup frequency ไปครับ

 

-          Frequency diversity

 

              ความสามารถที่สามของ System 10 ก็คือ เมื่อทำการเปิด switch on ของ Receiver เมื่อไร ระบบจะการหาช่องสัญญาณที่ clear ที่สุด 2 ความถี่ ใน RF spectrum (Radio frequency spectrum) ของคลื่นความถี่ 2.4 GHz แบบอัตโนมัติ เอ๊ะผมคิดว่าหลายคนสงสัยแน่ๆ ว่า RF spectrum มันคืออะไรหว่า แล้วมันไปเกี่ยวกับความถี่ 2.4 GHz ได้อย่างไรกัน ผมจะอธิบายให้ฟังครับ โดยปรกติแล้วการรับช่องสัญญาณของ System 10 Digital wireless microphone จะไม่ได้รับกันที่ความถี่ 2.4 GHz แป๊ะๆ หลอกครับเค้าจะมีช่วงความถี่นั้นๆ อยู่ซึ่งจะอยู่ในช่วง 2.4 GHz นั่นจะเรียกว่า Radio frequency spectrum  ของความถี่ 2.4 GHz นั่นเองครับ ต่อมาเรามาดูวิธีการทำงานของมันกันต่อนะครับ เมื่อ receiver ได้ 2 ช่องสัญญาณความถี่ที่สะอาดใสแล้วระบบจะเก็บข้อมูลนั้นไว้ในแต่ละ Slot (Time diversity) หลังจากนั้น เมื่อเราเปิด ตัว Transmitter (ถ้าเป็นแบบมือถือ ก็คือเปิดไมโครโฟน แต่ถ้าเป็น แบบติดปกเสื้อก็คือการเปิด Belt pack หรือ Unipak Transmitter ครับ) ตัว receiver กับตัว Transmitter ก็จะทำการคุยกันโดยใช้ 2 ช่องความถี่ที่เก็บค่าไว้ตอนแรกทันทีครับระบบมีชื่อเรียกกันว่าการทำงานแบบ Full-Duplex communication (การทำงาน 2 ช่องความถี่พร้อมกันครับ) โดยที่ Receiver จะเลือกเพียง 1 ความถี่ที่มีสัญญาณดีที่สุดมาใช้เป็น Master frequency หลังจากใช้งานไปความถี่ที่ถูกเลือกไว้เกิดมีการรบกวนเยอะทำให้คุณภาพสัญญาณเรื่องเสื่อมถ่อยลองระบบจะทำการไปใช้ช่องความถี่ที่ทำการ backup ไว้มาใช้ทันที เพื่อให้ Wireless microphone ทำงานบนช่องสัญญาณที่ดีที่สุด ซึ่งระบบของ System 10 จะทำงานอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งนิยามโดยใช้คำว่า Frequency  dynamically allocated และผลลัพธ์ ของมันจะเรียกว่า Rock-Solid RF performance  (คือระบบจะทำการหาคลื่นความถี่ที่ดีที่สุดเพื่อใช้งานไปเรื่อยๆโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องทำการเปลี่ยน Channel หรือหาช่องความถี่ใหม่ ในการสื่อสารกันละระหว่าง Receiver(ตัวรับ) และ Transmitter (ตัวส่ง)  ครับ

 

 

    ไมโครโฟนไรสายแบบดิจิตอลที่ราคาน่าจับจองเป็นเจ้าของมากที่สุดในตอนนี้

 ท่านใดสนใจสามารถสั่งซื้อสินค้าได้แล้ววันนี้ครับ

สินค้าใน Stock พร้อมจัดส่งครับ

โทรสอบถามราคาพิเศษได้เลยครับ

สามารถสอบถามราคาได้ที่

Tel: 02-138-3872

Mobile: 089-047-0330

Fax: 02-769-5454

Email : info@winnerintegrator.com

Line id: winnersale

 

สำหรับไมโครโฟนไร้สายแบบดิจิตอลแท้ๆ ราคาไม่แพงอย่างที่คิดครับ

 

 

 




Product Review- Tip&Trick

Digital power amplfier QSC GXD series
Digital mixer QSC Touchmix
วิธีดู QSC GX3,GX5 และ GX7 คร่าวๆ ว่าเครื่องไหนของแท้เครื่องไหนของเทียม article
Review สั้นๆ กับลำโพงสำหรับการติดตั้ง BS-1030B และ BS-1030W
ลำโพงติดเพดานราคาประหยัดจากโตอะ
Audio Technica AT2020-USB+(Plus) article
Mixing Power Amplifier TOA A-2000 Series article
ลำโพงฮอร์นขนาด 30W Horn speaker SC-630M
การต่อและการเลือก Volume controller (ATTENUATOR ) article
ไมโครโฟนงานประกาศและระบบเสียงตามสาย จาก TOA EC-100M และ PM-660
Microphone Stand คุณภาพ จาก On Stage Stand
IP Standard นั้นคืออะไร article